เอนทรีที่แล้วก็เพิ่งจะอัพไป   เอนทรีใหม่มาอีกและ - -'   เยอะนะผู้หญิงคนนี้
 
แต่เอนทรีนี้ก็ยังจะเขียนเกี่ยวกับการลดน้ำหนักอยู่เหมือนเดิมนะคะ  แต่ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องก็ต้องบอกก่อนว่า การลดน้ำหนักนั้นไม่ใช่การอดอาหาร สำหรับใครที่คิดว่าการอดอาหารก็จะทำให้น้ำหนักลดลงนั้น คิดถูกค่ะ  อิอิ แต่ว่ามันเป็นวิธีที่ผิด
ก็น้ำหนักมันจะไม่ลงได้ไงล่ะคะ ในเมื่อคุณไม่ได้กินอะไรเข้าไป ร่างกายไม่มีอะไรจะย่อย ก็ดึงเอา โปรตีน น้ำตาลในร่างกายมาย่อย โดยที่ไม่ได้เอาไขมัน ตัวปัญหาใหญ่ มาเผาผลาญ แล้วพออดจนทนไม่ไหว ก็กินอีก ก็อ้วนเหมือนเดิม เอิ่ม ม  ม    (นิสัยผู้หญิงเลยล่ะค่ะ)
 
  ส่วนใหญ่นั้น ผู้คนมากมายมักมีปัญหาอ้วน ตามๆกัน อ้วนในที่นี้ คือมีลักษณะน้ำหนักเกินจากที่เคยมี เพราะตามใจปากหรืออะไรทำนองนี้ ไม่ได้อ้วนโดยกรรมพันธุ์   แต่ถึงอย่างนั้น คนที่อ้วนมาก หรืออ้วนโดยกรรมพันธุ์ก็สามารถเอาวิธีเหล่านี้มาใช้ได้ แต่อาจจะต้องใช้ความพยายาม ความตั้งใจ ความอดทน และความมีวินัยมากกว่าคนอื่นหลายเท่านะคะ

 
 
 
  ซึ่งหลายๆเอนทรีที่จะอัพต่อมาเรื่อยๆนี้ ก็จะพูดถึงวิธีการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง อ้างอิงได้ตามหลักวิทยาศาสตร์และที่สำคัญ เมื่อลดน้ำหนักแล้วจะไม่มีคำว่าโทรม ย้อย โยโย่แน่นอน  เวอร์มะ  ^^  แต่เอนทรีนี้ จะเขียนแค่เรื่องการรู้จักตนเองก่อนลดน้ำหนักก่อนนะคะ
 

การลดน้ำหนักที่ดีนั้น ควรเริ่มต้นที่การรู้จักตนเองก่อน เหมือนยากนะคะ แต่ง่ายค่ะ การรู้จักตนเองที่พูดถึงคือการรู้จักร่างกายและจิตใจของเรา  
 
 
ในการรู้จักทางร่างกายนั้น ก็คือการรู้จักลักษณะตนเอง รู้จักว่าเราสูงเท่าไหร่ หนักเท่าไหร่ ร่างกายเราต้องใช้พลังงานมากน้อยขนาดไหน ต่อวัน เป็นต้นซึ่งเรื่องพวกนี้ คนที่จะลดน้ำหนักจะต้องรู้จักเสียก่อน เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเราจะต้องควบคุมตนเองต่อไปอย่างไร

วกไปวนมาอยู่นั่นแหละ T^T   สิ่งที่ข้าวหมายถึงก็คือ การหาค่าดัชนีมวลกายนั่นแหละ
 เฮ่อ   เข้าได้ซะที
 
ค่าดัชนีมวลกายหรือ ค่า BMI (Body Mass Index) ซึ่งก็คือ ดัชนีที่ดูความสัมพันธ์ ระหว่างส่วนสูง และน้ำหนักตัว โดยอาศัยการคำนวณง่ายๆ ดังนี้
 
 BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม)
_______________________
ส่วนสูง (เมตร) x ส่วนสูง (เมตร) 
 
 
ค่าการคำนวณผลดัชนีมวลกายที่คำนวณได้ (ฺBMI)
  ภาวะ ค่าดรรชนีคำนวณได้ (ฺBMI)
ผอม    < 18.5 กิโลกรัม/ตารางเมตร
ปรกติ      18.5 - 22.9 กิโลกรัม/ตารางเมตร
ท้วม        23.0 - 24.9 กิโลกรัม/ตารางเมตร
เริ่มอ้วน    25.0 -29.9 กิโลกรัม/ตารางเมตร
อ้วนมาก            30.0 กิโลกรัม/ตารางเมตร

ตัวอย่างเช่น น้ำหนักตัว 60 กก. ส่วนสูง 170 ซม. เมื่อคำนวณผ่านโปรแกรมวัดค่าความอ้วน จะได้ค่า BMI ประมาณ 20.8 ดังนั้น ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) โดยเกณฑ์ของ BMI ควรอยู่ระหว่าง 18.5 - 22.9 ผลที่ได้คือ น้ำหนักปกติ
 
อันนี้เป็นลิ้งค์ที่เข้าไปคำนวนได้ง่ายๆ มีระดับบอกให้ด้วย ไปเจอมา ใช้ง่ายมาก
ลองเข้าไปทำดูนะคะ  http://calculator.teenee.com/bmi.html
(ข้อมูลบางส่วนก็เอามาจากเว็บเลยจ้า ตามไปอ่านเองเลยเน้อ)
 

 

* การคำนวนหาค่า BMI เพื่อวัดความอ้วน ประเมินหาไขมันส่วนเกินในร่างกาย เพื่อ คำนวณความเสี่ยงในการเป็นโรคซึ่งค่าดังกล่าวนิยมใช้ในการคำนวณอย่างแพร่หลาย เนื่องจากคำนวณง่าย และสามารถใช้ได้กับทุกเพศ และทุกเชื้อชาติ ในบุคคลอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป  ถ้าค่าที่คำนวนได้มานั้น มากหรือน้อยเกินไปนั้นจะส่งผลหลายด้าน เช่น ถ้าเป็นโรคอ้วนแล้ว จะมีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจขาดเลือด และโรคนิ่วในถุงน้ำดี แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ที่ผอมเกินไป ก็จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายลดลง ดังนั้นควรรักษาระดับน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ ^^  
 
 

เมื่อรู้จักBMI ก็ต้องรู้จัก BMR ด้วย BMR หรือ Basal Metabolic Rate คืออัตราการเผาผลาญขั้นต่ำที่สุดที่ร่างกายจะดำเนินชีวิตอยู่ได้ เป็นอัตราการเผาผลาญในร่างกายเรา ที่แม้เรานอนหลับอยู่ร่างกายก็ต้องเผาผลาญเพื่อให้อวัยวะต่าง ๆ ทำงานได้ตามปกติ  ในการคำนวนค่า BMR มันค่อนข้างวุ่นวาย ถ้าเราไม่ได้เกี่ยวข้องกับมันมาก แต่ไม่เป็นไรค่ะ เราเอาความง่ายมาฝาก http://www.bmrcalculator.org/  ตามลิ้งนี้ไปเลยจ้า    
 
เมื่อคำนวนได้แล้ว เราก็มาพิจารณาว่าตามปรกตินั้นเราออกกำลังกายเป็นอย่างไร ก็พิจารณาตามระดับเอาเลย    BMRนั้น เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ ระหว่างเพศ อายุ ส่วนสูง น้ำหนักค่ะ เมื่อเราคำนวนได้แล้ว เราก็จะรู้ว่าในแต่ละวัน เราต้องใช้พลังงานต่ำสุดเท่าใด เพื่อที่ในแต่ละวัน เราจะควบคุมตนเองให้สรรหาพลังงานมาให้ร่างการ ต่ำกว่าที่ต้องใช้ต่อวัน ไปซักระยะ  ร่างกายเราก็จะดึงเอาส่วนเกินของเรามาเผาผลาญเพื่อให้ร่ายกายอยู่รอดค่ะ
 
คือ สมมุติ ต่อวันต้องใช้ พลังงาน 2000 Calories  เราก็ทานอาหารสัก 1000 - 1500 Calories ทีนี้เมื่อร่างกายรู้ตัวว่าขาดอีก500Calories มันก็จะไปดึงเอาส่วนเกินมาเบิร์น ทำไปซักระยะเราก็จะน้ำหนักลดลง  ไม่งงเนอะ     ถ้างั้นก็ไปต่อในส่วนการรู้จักใจตนเองค่ะ

 
 
 
 
 
ในการรู้จักจิตใจของเรานั้นมีความสำคัญมาก  เพราะที่ข้าวเอาเรื่องนี้มาเขียน เนื่องจากตัวข้าวเองรู้สึกว่าที่ลดน้ำหนักกันไม่ได้เป็นเพราะเราไม่อดทน และมีวินัยมากพอที่จะควบคุมความอยากทั้งหลายแหล่ของตัวเอง บางคนอ้างว่าค่อยลดพรุ่งนี้แล้วกัน (ประโยคฮิตเลย)  บางคนบอกว่าไม่เป็นไรจนติดปาก  ไอ้พรุ่งนี้ หรือไม่เป็นไรเนี่ย มันคือการขาดวินัยที่มีต่อตนเองนะคะ
 
การลดน้ำหนัก สำคัญมากคือการทำอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมให้ได้สม่ำเสมอต่อให้เราไม่ได้อ้วน แต่การทำอะไรที่พอดี ย่อมเกิดผลดีกับเราเสมอค่ะ   ถึงไม่อ้วน แต่รู้จักควบคุม ยังไงหุ่นดีก็จะอยู่กับเราไปอีกนาน แต่ถ้าไม่อ้วน แล้วไม่รู้จักควบคุม ไม่นานในอนาคตต้องมีน้ำหนักส่วนเกินมาให้กลุ้มใจเล่นแน่นอนค่ะ  การที่เรารู้จักจิตใจตนเองเป็นอย่างดี จะทำให้เรารู้ว่า เราอดทนได้มากแค่ไหน ความพยายามของเรามีขีดจำกัดแค่ไหนเผลอๆ เราจะรู้ด้วยซ้ำว่าเราชอบวิธีไหน แล้วเราไม่ชอบวิธีไหน  พูดง่ายๆคือการอยู่กับตนเอง เพื่อสำรวจว่าจิตใจของตนว่าพร้อมต่อการลดน้ำหนักแล้วหรือยัง เพราะถ้าใจคุณไม่พร้อม แต่คุณก็ยังจะลดน้ำหนัก  มันทำได้ไม่นานหรอกค่ะคุณก็จะกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมอีก ทีนี้ก็ไม่ต้องผอม พอดี!!  แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีวันผอมนะคะ เพียงเเต่เราต้องสร้างกำลังใจ หรือ ความตั้งใจจริงขึ้นมา เพื่อกำหนดจิตใจให้ทำการลดน้ำหนักได้สำเร็จค่ะ ^_______^
 


 
 
เมื่อเราได้ค่า BMI มาแล้ว เราก็จะรู้ว่าระดับไขมันของตัวเองอยู่ในเกณฑ์ไหนและต้องทำการลดน้ำหนักหรือดูแลสุขภาพของตนเองอย่างไรบ้าง 

แล้วตอนนี้ คุณพร้อมจะดูแลสุขภาพตัวเองแล้วหรือยังคะ??